รถเข็น : 0
CALc แจ้งการชำระเงิน
ค้นหา
 
อัพเดท/หนังใหม่ สินค้าทั้งหมด วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการชำระเงิน แจ้งชำระเงิน รูปแบบสินค้า สมาชิก ติดต่อเรา คำถามที่พบบ่อย
สินค้า
 
สินค้าแนะนำ
ดัชนีราคาสินค้า
ดูสินค้าทั้งหมด
 โมเดล พ่วงกุณแจ หนัง
 BLU RAY 3D หนัง
 BLU RAY 3D การ์ตูน
 BLU RAY 3D สารคดี
 BLU RAY 3D เพลง
 BLU RAY SJ
 BLU RAY ซองพิเศษ
 BLU RAY 3D+2D ซอง
 BLU RAY 50GB หนัง
 BLU RAY ซอง A
 BLU RAY ซอง B
 BLU RAY ซอง C
 BLU RAY ซอง D
 BLU RAY ซอง E
 BLU RAY ซอง F
 BLU RAY ซอง G
 BLU RAY ซอง H
 BLU RAY ซอง I
 BLU RAY ซอง J
 BLU RAY ซอง K
 BLU RAY ซอง L
 BLU RAY ซอง M
 BLU RAY ซอง N
 BLU RAY ซอง O
 BLU RAY ซอง P
 BLU RAY ซอง Q
 BLU RAY ซอง R
 BLU RAY ซอง S
 BLU RAY ซอง T
 BLU RAY ซอง U
 BLU RAY ซอง V
 BLU RAY ซอง W
 BLU RAY ซอง X
 BLU RAY ซอง Y
 BLU RAY ซอง Z
 BLU RAY ซอง 0-9
 BLU RAY ซอง R+18
 BLU RAY ซอง การ์ตูน
 BLU RAY ซอง หนังเอเซีย
 BLU RAY ซอง หนังเก่า
 BLU RAY ซอง คลาสสิค
 BLU RAY ซอง เพลง
 BLU RAY ซอง สารคดี
 BLU RAY ซอง TV series
 BLU RAY BOXSET
 BLU RAY ซอง : The Criterion Collection
 DVD9 หนังใหม่
 CD Boxset เพลง
 DVD9 กล่องเหล็ก เพลง
 DVD9 กล่องเหล็ก หนัง
 CD Audiophile
 CD Jazz ร้อง บรรเลง
 CD Oldies ทั่วไป
 CD Classic บรรเลง ร้อง
 CD Pop & Rock
 CD บรรเลง
 CD แผ่นเทส
 CD เพลงประกอบหนัง
 CD เพลงจีน
 CD - Audiophile แผ่นแท้
 
สมาชิก
 
Username
Password
ลืมรหัสผ่าน สมัครสมาชิก
 
Social Media
 

 
ตรวจสอบสถานะพัสดุ
 
 
 
Untitled Document
สินค้า -> BLU RAY ซอง หนังเก่า -> BLU RAY ซอง - The Bridge at Remagen (1969)
 
  BLU RAY ซอง - The Bridge at Remagen (1969)  

ชื่ออังกฤษ:  The Bridge at Remagen (1969)
ชื่อไทย:  สะพานเผด็จศึก
รูปสินค้า:

แก้ไขล่าสุด:  6/9/2560
รหัสสินค้า:  013281
สภาพสินค้า:  สินค้าใหม่
ราคา:  80.00 บาท
Size:  25GB
Language:  English DTS-HD Master 2.0 Audio
Subtitles:  Thai English Chinese
เรื่องย่อ: The Bridge at Remagen (1969)
สะพานเผด็จศึก

Language : English DTS-HD Master 2.0 Audio
Subtitle Thai English Chinese


สะพานมีความสำคัญต่อการสัญจรไปมาในยามสงบฉันใด ยามสงครามมันก็กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีผลต่อการแพ้ชนะสงคราม หรือในกรณีที่การรบเริ่มจะรู้ผลแพ้ชนะแล้ว มันก็มีส่วนต่อความช้าเร็วในการเผด็จศึกเช่นกัน

ใน สงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสัมพันธมิตรเคยสูญเสียไพร่พลไปเป็นจำนวนมากับยุทธการ MarketGarden เดือนกันยายน 1944 (พ.ศ.2487) ที่มุ่งยึดสะพาน Arnhem เพื่อจะรีบรุกข้ามแม่น้ำไรน์ไปพิชิตศึกเยอรมัน ครั้นต่อมาในเดือนมีนาคมปีถัดมา ก็เกิดการยุทธครั้งสำคัญเพื่อยึดสะพานอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่ปฏิบัติการใหญ่โตเท่ากับ MarketGarden โดยเฉพาะฝ่ายเยอรมันที่เหลือกำลังเพียงหยิบมือเดียว แต่ก็ไม่ใช่งานกล้วยๆ สำหรับพันธมิตรซะทีเดียว

มันเป็นอีกยุทธการที่สะท้อนสัจจธรรมบางอย่างเกี่ยวกับคำสั่งทหารในสงคราม

ภาพยนตร์เรื่อง The Bridge at Remagen เนื้อเรื่องเกี่ยวกับยุทการการยึดสะพานทางรถไฟในเมือง Remagen ซึ่งมีชื่อจริงตามประวัติศาสตร์ว่า สะพาน Ludendorff เริ่มเรื่องขึ้นในตอนปลายสงครามเมื่อกองทัพเยอรมันล่าถอยข้ามสะพาน OberKassel แล้วทำลายสะพานทิ้ง ผลคือทางฝ่ายเยอรมันเองไม่พอใจที่กองทัพอเมริกันเกือบจะยึดสะพานได้ และเกรงว่าสะพานที่เมือง Remagen จะเป็นเป้าหมายต่อไป จึงได้สั่งการให้นายพลเอกฟอนบร็อค (Generaloberst von Brock ) เร่งจัดการทำลายทิ้งเสีย แต่ฟอนบร็อคเห็นว่าสะพานยังมีความสำคัญสำหรับการล่าถอยของกองทัพที่ 15 แต่ก็รับคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ ขณะที่ทางฝ่ายกองทัพสหรัฐฯ โดยนายพลชินเนอร์ (General Shinner) ก็ต้องการทำลายสะพานรีมาเกนนี้เสียเพื่อที่จะสกัดการถอยของกองทัพเยอรมัน ในการนี้ นายพันตรีบาร์เนส (Major Barnes) ได้ถ่ายทอดคำสั่งมายังกองร้อยของผู้กองโคลท์ เป็นผบ. และพระเอกของเรา นายร้อยโทฮาร์ทแมน (Lieutenant Phil Hartman) และจ่าแองเจิล (Sergeant Angelo) เป็นกำลังสำคัญ ซึ่งกองร้อยนี้ดูเหมือนจะต้องทำศึกเป็นกองหน้าอยู่เสมอ ต่อมาไม่นาน ผู้กองโคลท์ได้เสียชีวิตจากการซุ่มยิงรถจี๊ปด้วยจรวดต่อสู้รถถังที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ฮาร์ทแมนก็ต้องรับหน้าที่เป็นผบ.ร้อยทำศึกต่อไป

ด้านนายพลฟอนบร็อคได้เรียกตัวนายพันตรีครูเกอร์ (Major Paul Kruger) ให้มาเตรียมการทำลายสะพานรีมาเกนตามคำสั่งหน่วยเหนือ แต่ได้ขอร้องไว้ว่าให้ถ่วงเวลาไว้จนกว่ากองทัพที่ 15 จะข้ามสะพานมาได้เสียก่อน โดยให้ข้อมูลว่าที่รีมาเกนจะมีกำลังพลหน่วยต่างๆ อยู่ประมาณ 1,600 คน และยังสัญญาว่าจะส่งกำลังหน่วยยานเกราะเป็นกองหนุนไปช่วยอีก แต่เมื่อครูเกอร์เดินทางไปถึงสะพาน จึงได้รับรายงานจากผู้กองชมิดท์ (Hauptmann Karl Schmidt) และผู้กองเบามัน (Capt. Otto Baumann) ว่าที่แท้จริงแล้วมีกำลังทหารรักษาสะพานอยู่ประมาณ 200 คนเท่านั้น ครั้นพอจะติดต่อนายพลฟอนบร็อคเรื่องหน่วยยานเกราะก็ยากแสนเข็ญและคำตอบที่ได้คือหน่วยยานเกราะที่ว่าถูกส่งไป "ที่อื่น" เสียแล้ว

ฉากเครื่องบินทิ้งระเบิดใส่สะพาน

ทหารและพลเรือนเยอรมันบนสะพานขณะถูกโจมตีทางอากาศ

การรบอันหนักหน่วงระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ ที่มีกองร้อยของฮาร์ทแมนเป็นหัวหอกกับกองกำลังเพียงหยิบมือของครูเกอร์ เป็นไปด้วยความยากลำบากทั้งจากข้าศึกหรือจากหน่วยเหนือของตนเอง ครูเกอร์นั้นลำบากกับการตัดสินใจเลือกจังหวะเวลาที่จะระเบิดสะพานเนื่องจากต้องรอระเบิดและรอให้ฝ่ายเดียวกันทั้งทหารและพลเรือนผ่านไปก่อน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดมาโจมตีสะพาน ตามด้วยกองกำลังทหารราบและรถถัง กว่าจะได้ระเบิดจากหน่วยเหนือกว่าจะติดตั้งระเบิดได้ทุลักทุเลเต็มทน พอจะกดระเบิดก็เกิดมีนายร้อยคนหนึ่งควบมอเตอร์ไซค์มาขอให้รถไฟผ่านไปก่อนอีก พอรถไฟผ่านไปไม่ได้จะกดระเบิดก็ไม่สำเร็จเพราะสายเคเบิลถูกยิงขาดไปแล้ว ต้องส่งคนไปจุดฟิวส์ระเบิดบริเวณกลางสะพานอีก แต่แล้วเจ้าระเบิดถูกๆ ที่หน่วยเหนือส่งมาก็ไม่สามารถทำลายสะพานได้ ทางด้านกองร้อยของฮาร์ทแมนเอง เมื่อบุกมาถึงคอสะพานแล้ว นึกว่ารอฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำลายสะพานก็จะหมดเรื่อง กลายเป็นว่าท่านนายพลชินเนอร์เปลี่ยนใจต้องการยึดสะพานเลยต้องทำการรบต่อเพื่อขัดขวางการระเบิดสะพานของครูเกอร์ที่แม้จะมีกำลังเพียงหยิบมือ แต่อยู่ในที่มั่นที่แข็งแกร่งในอุโมงค์รถไฟ ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ไม่อาจทราบจำนวนที่แท้จริงได้ ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมรบไปมากมายรวมถึงเกือบจะเสียเพื่อนคู่รักคู่แค้นอย่างจ่าแองเจิลไปด้วย

ทหารอเมริกัน โดยการนำของหมวดฮาร์ทแมนพยายามต่อสู้ขัดขวางการระเบิดสะพาน

ฝ่ายเยอรมันสามารถจุดชนวนระเบิดสะพานได้ แต่ระเบิดไม่มีคุณภาพพอที่จะทำลายสะพาน

จุดจบของทางฝ่ายเยอรมันนั้น แม้ครูเกอร์จะไม่ใช่นายทหารเยอรมันที่เป็นผู้ร้ายจ๋าอย่างในหนังบางเรื่อง แต่ความที่มุ่งมั่นกับภารกิจที่แสนกดดันจนไม่คำนึงถึงขวัญของผู้ใต้บังคับบัญชา ตะแกก็เลยบันดาลโทสะยิงทิ้งทหารที่กำลังหลบหนีไปสองคน ทำให้ทหารและพลเรือนในอุโมงค์ที่มั่นของตนปั่นป่วนกันพอสมควร เลยต้องขอแก้ตัวด้วยการเดินทางไปติดต่อขอกำลังเสริมจากนายพลฟอนบร็อค ปรากฏว่าเจ้านายยังเอาตัวไม่รอด คือโดนปลดไปแล้ว ตัวครูเกอร์เองยังถูกทหารหน่วยเอสเอสจับยิงเป้าโทษฐานรอเวลาระเบิดสะพานนานเกินไป หน่วยทหารที่รักษาสะพานได้รบจนหมดทางสู้และผู้กองเบามันต้องตายลง ผู้กองชมิดท์ก็ได้ออกมายอมแพ้ต่อกองทัพสหรัฐฯ ทั้งผู้แพ้และผู้ชนะได้พบกันในสภาพที่ต่างฝ่ายต่างโทรมเต็มที

ทหารและพลเรือนเยอรมันออกมายอมจำนน

ผู้กองชมิดท์กับผู้หมวดฮาร์ทแมน

นิยายหรือเรื่องจริง?

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างในปี 1969 (พ.ศ.2512) จากนิยายของ Ken Hechler แต่ตัวละครทั้งหลายในเหตุการณ์ก็ไม่ใช่ถูกสมมติขึ้นมาโดยสิ้นเชิง คือตัวละครหลักๆ ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีตัวจริงในประวัติศาสตร์ แต่เปลี่ยนชื่อซะใหม่ เช่น ผู้หมวดฮาร์ทแมนนั้น ตัวจริงคือร้อยโท Karl H. Timmermann ผบ.กองร้อยเอ แห่งกองพันทหารราบยานเกราะที่ 27 ผู้พันครูเกอร์นั้นเป็นตัวแทนของพันตรี Hans Scheller เป็นต้น ส่วนเหตุการณ์และรายละเอียดต่างๆ จะตรงตามประวัติศาสตร์กี่เปอร์เซนต์นั้นไม่อาจทราบได้

โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็น ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ สงครามโลกครั้งที่สอง ที่สร้างได้ดีเรื่องหนึ่ง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าทางฝ่ายเยอรมันไม่ได้เป็นผู้ร้ายจ๋าซะทีเดียว ดูแล้วเหมือนเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมกับทางสหรัฐฯ ที่ต่างกันตรงอยู่กันคนละฝั่ง เป็นเนื้อเรื่องที่ดูแล้วเห็นใจทั้งสองฝ่าย ด้านการสร้างไม่มีการนำรถถังหรืออาวุธสมัยใหม่โผล่มาเข้าฉากอย่างที่มักเห็นในหนังสงครามบางเรื่อง แต่ก็มีสะดุดอยู่หน่อยในตอนแรกๆ ที่พันตรีครูเกอร์เปิดตัวพร้อมกับแว่นเรย์แบน

ส่วนบทภาษาไทยในซับไตเติ้ลก็มีสะดุดหลายที่ เช่น แปล The third Reich ว่า กองทัพที่สาม ซึ่งที่จริงคือ อาณาจักรที่สาม ซึ่ง ฮิตเลอร์ ใช้เรียกประเทศเยอรมันในยุคของตน แปล German Mark ว่า เครื่องหมายเยอรมัน แทนที่จะรู้ว่าเขาหมายถึงเงินมาร์ค ฯลฯ

ข้อคิดส่วนตัวคือดูสถานการณ์ทางฝ่ายผู้หมวดฮาร์ทแมนที่ต้องรบต่อเพราะผบ.เปลี่ยนคำสั่งจากการทำลายสะพานเป็นยึดสะพานแล้ว นึกถึงคำพูดของครูฝึกรด.ที่สอนว่า "คำสั่งทหารนั้นเด็ดขาด แต่ไม่แน่นอน" ซึ่งเขาคงหมายความว่าสั่งให้ทำอะไรให้รีบทำทันที แต่ต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นตามสถานการณ์ด้วย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วจะมายึดมั่นกับคำสั่งทีแรกแล้วหาว่าสั่งกลับไปกลับมาไม่ได้ เหตุการณ์ที่ฮาร์ทแมนเจอมันช่างสาหัสสากรรจ์กว่าที่ผมเคยจินตนาการในสมัยเรียนรด.เหลือเกิน ด้านผู้พันครูเกอร์ ก็น่าเห็นใจตรงที่ตะแกเหมือนถูกหลอกใช้ จนต้องพบจุดจบอย่างน่าอนาถ

เป็นหนังที่ดูได้ดีทั้งฉากยิงเปรี้ยงปร้างเอามันและชีวิตรันทดของคนใส่ชุดทหารครับ

คำคมชวนคิด

  • บาร์นส์ก็โดดคว้าโอกาสเหมือนลูกหมาคว้ากระดูก ฮาร์ทแมนวิจารณ์พันตรีบาร์เนสกับผู้กองโคลท์
  • การยึดสะพานนั่นทำให้สงครามสั้นลง เราเสี่ยงชีวิตคนสักร้อยแต่อาจรักษาคนสักหนึ่งหมื่น อาจถึงห้าหมื่นเลย เป็นโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์  นายพลชินเนอร์พูดกับพันตรีบาร์เนส
  • เขาบอกว่าสัตว์ตายเพราะบาดแผลของมันเอง ตอนนี้เรากำลังฆ่าคนของเราเอง ผู้กองชมิดท์พูดกับผู้พันครูเกอร์หลังจากครูเกอร์ยิงทหารที่พยายามหลบหนี

เนื่องจากบทความนี้เป็นลิขสิทธิ์อัน ชอบธรรมของผู้เขียน และอาจะมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลบ้างตามความเหมาะสม ในการนำบทความไปเผยแพร่ในเว็บไซต์อื่นๆ จึงขอความร่วมมือให้ใช้วิธีการคัดลอกเฉพาะ Link หรือ URL Address แทนการคัดลอกบทความทั้งหมด  หากมีการคัดลอกไปในลักษณะแอบอ้างเป็นผู้เขียน หรือมีเจตนาอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทางเว็บ iseehistory.com แล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ : The Bridge at Remagen

ชื่อภาษาไทย :  สะพานเผด็จศึก

เรื่องเดิม :  นวนิยาย โดย Ken Hechler

ผู้สร้าง : David L. Wolper

ผู้กำกำกับ : John Guillermin

ผู้เขียนบท :  Roger O. Hirson (story), William Roberts, Richard Yates

ผู้แสดง :

  • George Segal - Lieutenant Phil Hartman
  • Robert Vaughn - Major Paul Kruger
  • Ben Gazzara - Sergeant Angelo
  • Bradford Dillman - Major Barnes
  • E. G. Marshall - General Shinner
  • Peter van Eyck - Generaloberst von Brock
  • Hans Christian Blech - Hauptmann Karl Schmidt
  • Joachim Hansen - Capt. Otto Baumann
  • Bo Hopkins - Corporal Grebs
  • Steve Sandor - Private Slavek
  • Günter Meisner - SS General Gerlach


ลิ้งค์:   http://www.bluraymaesai.com
   
รูปภาพเสริม
ไม่มีรูปภาพเสริม
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
 
อัพเดท/หนังใหม่ สินค้าทั้งหมด วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการชำระเงิน แจ้งชำระเงิน รูปแบบสินค้า ติดต่อเรา
 
© 2012-2017   BlurayMaesai.com.com   All rights reserved.